มื่อปี พ.ศ. 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ปรับปรุงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ จากวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นเลิศ มาเป็นรูปแบบอาชีพ โดยเริ่มก่อตั้งฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้น ซึ่งมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน เริ่มแรกที่ 10 ทีม ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 12 ทีมในเวลาต่อมา โดยในปี พ.ศ. 2550 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การยุบโปรวินเชียลลีกโดยให้สโมสร 4 อันดับแรก เข้าแข่งขันในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกแทน รวมจำนวนสโมสรในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็น 16 ทีม พร้อมทั้งเพิ่มเงื่อนไขให้สโมสรซึ่งอยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายเมื่อจบฤดูกาล ต้องตกชั้นไปสู่ไทยลีกดิวิชัน 1 โดยมีทีมชนะเลิศ กับอันดับ 2 และ 3 ของไทยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นชั้นมาสู่ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นการทดแทน ทั้งนี้ สโมสรฟุตบอลชลบุรี กลายเป็นทีมแรกซึ่งเพิ่งเข้ามาจากโปรวินเชียลลีก แล้วชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกัน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ออกระเบียบว่าด้วยความเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นผลให้สมาคมฯ ต้องดำเนินการจัดตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ขึ้นเพื่อเป็นผู้จัดการแข่งขัน ฟุตบอลลีกภายในประเทศ อย่างเป็นอาชีพที่แท้จริง โดยมีวิชิต แย้มบุญเรือง เป็นประธานกรรมการ และออกระเบียบให้ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ ต้องจัดตั้งในรูปนิติบุคคล (บริษัท) เพื่อดำเนินการบริหารสโมสร ส่งผลให้มีการแข่งขันเชิงรูปแบบ การบริหารจัดการให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น รวมทั้งแพร่หลายออกไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จากเดิมที่สโมสรฟุตบอลต่างๆ จะกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น จึงกลับมาเป็นที่นิยมของแฟนฟุตบอลไทยอีกครั้ง โดยในฤดูกาล 2554 สมาคมฯ ประกาศเพิ่มจำนวนสโมสรที่ได้สิทธิ เลื่อนชั้นขึ้นจากลีกดิวิชัน 1 เป็นผลให้ไทยพรีเมียร์ลีก มีสโมสรที่เข้าแข่งขันรวมเป็น 18 ทีม
สืบเนื่องจากกรณีที่ สโมสรฟุตบอลอีสานยูไนเต็ด ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาว่า สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีสิทธิทำการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2556 หรือไม่ หลังจากแข่งขันผ่านไปได้ 3 นัด ซึ่งระหว่างการพิจารณา ศาลปกครองมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว เป็นผลให้ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องลงมติให้พักการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว โดยเมื่อศาลปกครองวินิจฉัยให้สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีสิทธิทำการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกได้ต่อไป สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงประชุมร่วมกับ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ และสโมสรสมาชิกทั้งหมด โดยที่ประชุมลงมติให้การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เพิ่มสมาชิกเป็น 20 สโมสรฟุตบอล ตั้งแต่ฤดูกาล 2557 เป็นต้นไป ด้วยการให้สโมสรอันดับที่ 17 ลงไปแข่งขันในไทยลีกดิวิชัน 1 เพียงแห่งเดียว และให้ทีมชนะเลิศ, อันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 ของไทยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นมาแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกตามเดิม
ชื่อรายการแข่งขัน
- ครั้งที่ 17-19 (2556-ปัจจุบัน) : โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ ลีก (TOYOTA Thailand Premier League)
- ครั้งที่ 14-16 (2553–2555) : สปอนเซอร์ ไทย พรีเมียร์ ลีก (Sponsor Thai Premier League)
- ครั้งที่ 13 (2552) : ไทย พรีเมียร์ ลีก (Thai Premier League)
- ครั้งที่ 11-12 (2549–2551) : ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก (Thailand Premier League)
- ครั้งที่ 9-10 (2547–2548) : ไทยลีก (Thai League)
- ครั้งที่ 6-8 (2544–2546) : จีเอสเอ็ม ไทย ลีก (GSM Thai League)
- ครั้งที่ 3-5 (2541–2543) : คาลเท็กซ์ ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก (Caltex Thailand Premier League)
- ครั้งที่ 1-2 (2539–2540) : จอห์นนี วอล์กเกอร์ ไทยแลนด์ ซอกเกอร์ ลีก (Johnny Walker's Thailand Soccer League)
เครือข่ายถ่ายทอดโทรทัศน์
- ครั้งที่ 18-20 : มูลค่าลิขสิทธิ์ ปีละ 600 ล้านบาท ทรูวิชันส์
- ครั้งที่ 15-17 : มูลค่าลิขสิทธิ์ ปีละ 200 ล้านบาท ทรูวิชันส์ / สยามสปอร์ตแชนแนล (สยามกีฬาทีวี) / สทท.
- ครั้งที่ 13-14 : มูลค่าลิขสิทธิ์ ปีละ 40 ล้านบาท ดีทีวี / สยามกีฬาทีวี / เอ็นบีที / ทีสปอร์ต
- ครั้งที่ 7-12 : ทรูวิชันส์ / ไทยทีวีสีช่อง 3
- ครั้งที่ 1-6 : ช่อง 7 สี
รูปแบบการแข่งขัน
ไทยพรีเมียร์ลีก มีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งหมด 18 ทีม ตามปกติจะดำเนินการจัดแข่งขัน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 34 นัดต่อทีมต่อฤดูกาล ซึ่งในแต่ละนัด ทีมชนะจะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ไม่ได้คะแนน ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล สโมสรที่ได้คะแนนรวมสูงสุด จะได้รับรางวัลชนะเลิศ และได้สิทธิไปแข่งขันรายการเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ (กรณีสโมสรที่ชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีก และไทยเอฟเอคัพฤดูกาลเดียวกัน เป็นสโมสรเดียวกัน สิทธิแข่งขันเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ ซึ่งปกติเป็นของสโมสรชนะเลิศไทยเอฟเอคัพ จะตกเป็นของสโมสรที่ได้คะแนนอันดับที่ 2 ของไทยพรีเมียร์ลีกแทน) ส่วนทีมที่ได้คะแนนรองลงมา จะเรียงอันดับลดหลั่นกันตามคะแนนรวมที่ได้ โดยสามอันดับสุดท้าย จะตกชั้นสู่ไทยลีกดิวิชัน 1 และสามอันดับแรก จากไทยดิวิชัน 1 จะขึ้นชั้นมาแทน
ในกรณีที่มีทีมมากกว่า 1 ทีมขึ้นไป ได้คะแนนรวมเท่ากันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาเรียงลำดับดังนี้
- พิจารณาจากผลการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนเท่ากันที่เคยแข่งกันมาในฤดูกาลที่เพิ่งจบการแข่งขัน (Head To Head)
- พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ชนะ (Number of Wins) ของแต่ละทีมที่คะแนนเท่ากัน
- พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ และประตูเสีย (Goals Difference)
- พิจารณาเฉพาะประตูได้ (Goals For)
- แข่งขันกันใหม่ 1 นัด เพื่อหาทีมชนะ หากผลการแข่งขันเสมอกันในเวลาปกติให้ตัดสินด้วยการเตะลูกโทษ ณ จุดเตะโทษ
- ในกรณีที่พิจารณาตามเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นตามลำดับแล้วและได้เกณฑ์ตัดสินตามข้อหนึ่งข้อใดแล้วให้ยุติการพิจารณาข้อต่อไป
ในการจัดอันดับระหว่างการแข่งขัน เพื่อแสดงลำดับในตารางคะแนนระหว่างฤดูกาล ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาดังต่อไปนี้
- พิจารณาจากคะแนนรวมสูงสุด
- ถ้าคะแนนรวมเท่ากันให้พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ ประตูเสีย
- ถ้ายังเท่ากันอีกให้ดูเฉพาะประตูได้
- ถ้ายังเท่ากันอีกให้ทำการจับฉลาก
เงินรางวัล
การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล สำหรับสโมสรฟุตบอลซึ่งได้คะแนนรวม เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลในอันดับต่างๆ ดังต่อไปนี้
| อันดับที่ | รางวัล |
|---|---|
| อันดับที่ 1 | 10,000,000 บาท |
| อันดับที่ 2 | 2,000,000 บาท |
| อันดับที่ 3 | 1,500,000 บาท |
| อันดับที่ 4 | 800,000 บาท |
| อันดับที่ 5 | 700,000 บาท |
| อันดับที่ 6 | 600,000 บาท |
| อันดับที่ 7 | 500,000 บาท |
| อันดับที่ 8 | 400,000 บาท |
นอกจากนี้ ยังมีเงินบำรุงสโมสรที่เข้าร่วมแข่งขัน สโมสรละ 1,000,000 บาท โล่พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท สำหรับผู้จัดการทีม/หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม และผู้ทำประตูสูงสุด, โล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท สำหรับสโมสรที่มีมารยาทยอดเยี่ยม, นักฟุตบอลเยาวชนผู้มีผลงานโดดเด่น และผู้เล่นยอดเยี่ยมตำแหน่งต่างๆ คือผู้รักษาประตู, กองหลัง, กองกลาง, กองหน้า
ทีมชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีก
ผู้ทำประตูสูงสุด[แก้]
ผู้จัดการทีม/หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม
สโมสรที่เข้าร่วมแข่งขัน
| สโมสร | สถานที่สนามเหย้า | ฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก | อันดับที่ดีที่สุด (ฤดูกาล) | อันดับที่แย่ที่สุด (ฤดูกาล) |
|---|---|---|---|---|
| ชัยนาท | ชัยนาท | 2555 | - | อันดับ 14 (2555) |
| ชลบุรี เอฟซี | ชลบุรี | 2549-2555 | ชนะเลิศ (2550) | อันดับ 8 (2549) |
| เชียงราย ยูไนเต็ด | เชียงราย | 2554-2555 | อันดับ 9 (2555) | อันดับ 10 (2554) |
| การท่าเรือ | คลองเตย | 2539-2555 | อันดับ 2 (2542) | อันดับ 13 (2551) |
| ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ | แม่ริม เชียงใหม่ | 2539, 2544-51 (พนักงานยาสูบ), 2552 (ทีทีเอ็ม-สมุทรสาคร), 2553-2554 (ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร), 2555 (ทีทีเอ็ม เอฟซี เชียงใหม่) | ชนะเลิศ (2547/48) | อันดับ 13 (2539) |
| ทีโอที เอสซี | หลักสี่ | 2539-46 (องค์การโทรศัพท์), 2547-48 (ทศท), 2550-52 (ทีโอที), 2553-2555 (ทีโอที แคท) | อันดับ 3 (2539) | อันดับ 14 (2554) |
| พัทยา ยูไนเต็ด | เมืองพัทยา (บางละมุง) | 2551 (โค้ก-บางพระ ยุไนเต็ด), 2552-2555 (พัทยา ยูไนเต็ด) | อันดับ 4 (2554) | อันดับ 15 (2555) |
| บางกอกกล๊าส | ธัญบุรี ปทุมธานี | 2539, 2541-51 (ธ.กรุงไทย), 2552-2555 (บางกอกกล๊าส) | ชนะเลิศ (2545/46, 2546/47) | อันดับ 17 (2539) |
| บีบีซียู | บางกะปิ | 2539-2546/47 (สินธนา), 2551-2552 (จุฬา ยูไนเต็ด),2555 | ชนะเลิศ (2541) | อันดับ 15 (2552) |
| บีอีซี เทโรศาสน | มีนบุรี | 2539-2555 | ชนะเลิศ (2543, 2544/45) | อันดับ 12 (2539) |
| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด | บุรีรัมย์ | 2547-2555 | ชนะเลิศ (2551,2554) | อันดับ 10 (2549) |
| เมืองทอง ยูไนเต็ด | ปากเกร็ด | 2552-2555 | ชนะเลิศ (2552, 2553, 2555) | อันดับ 3 (2554) |
| สงขลา ยูไนเต็ด | สงขลา | 2555 | - | - |
| ศรีสะเกษ เอฟซี | ศรีสะเกษ | 2553-2555 | อันดับ 12 (2554) | อันดับ 14 (2553) |
| อินทรีเพื่อนตำรวจ | คลองหลวง | 2550, 2553-2555 | อันดับ 9 (2554) | อันดับ 16 (2550) |
| สมุทรสงคราม | สมุทรสงคราม | 2551-2555 | อันดับ 7 (2551, 2552) | อันดับ 15 (2554) |
| อาร์มี่ ยูไนเต็ด | พญาไท | 2539-2542, 2549-2551, 2553-2555 | อันดับ 5 (2550) | อันดับ 16 (2553) |
| โอสถสภา เอ็ม-150 | สระบุรี | 2539, 2541-2555 | อันดับ 2 (2544/45, 2549) | อันดับ 10 (2541) |
สนามที่ใช้แข่งขัน (ฤดูกาลปัจจุบัน 2556)
| อาร์มี่ ยูไนเต็ด | บางกอกกล๊าส | แบงค็อกยูไนเต็ด | บีอีซี เทโรศาสน | บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด | ชัยนาท |
|---|---|---|---|---|---|
| สนามกีฬากองทัพบก | ลีโอ สเตเดียม | สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง | สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา | นิว ไอ-โมบาย สเตเดียม | สนามกีฬาเขาพลอง |
| ความจุของสนาม: 20,000 | ความจุของสนาม: 13,000 | ความจุของสนาม: 10,000 | ความจุของสนาม: 15,000 | ความจุของสนาม:: 24,000 | ความจุของสนาม: 12,000 |
| เชียงราย ยูไนเต็ด | ชลบุรี | ศรีสะเกษ | เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด | โอสถสภา เอ็ม–150 สระบุรี | พัทยา ยูไนเต็ด |
| ยูไนเต็ด สเตเดียม | ชลบุรีสเตเดียม | สนามศรีนครลำดวน | เอสซีจี สเตเดียม | สนามกีฬากลางจังหวัดสระบุรี | สนามเทศบาลเมืองหนองปรือ |
| ความจุของสนาม: 15,000 | ความจุของสนาม: 8,500 | ความจุของสนาม: 10,000 | ความจุของสนาม: 17,500 | ความจุของสนาม: 6,000 | ความจุของสนาม: 5,000 |
| อินทรีเพื่อนตำรวจ | ราชบุรี | สมุทรสงคราม | สงขลา ยูไนเต็ด | สุพรรณบุรี | ทีโอที เอสซี |
| สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต | ดรากอน อารีนา | สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสงคราม | สนามกีฬาติณสูลานนท์ | สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี | สนามฟุตบอลทีโอที |
| ความจุของสนาม: 20,000 | ความจุของสนาม: 12,000 | ความจุของสนาม: 6,000 | ความจุของสนาม: 35,000 | ความจุของสนาม: 20,000 | ความจุของสนาม: 5,500 |
อันดับในแต่ละฤดูกาล ของสโมสรที่เข้าแข่งขัน
| ครั้งที่ | 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544/45 | 2545/46 | 2546/47 | 2547/48 | 2549 | 2550 | 2551 | 2552 | 2553 | 2554 | 2555 | 2556 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เมืองทอง ยูไนเต็ด | C | C | 3 | C | |||||||||||||
| ชลบุรี | 8 | C | 2 | 2 | 3 | 2 | 2 | ||||||||||
| บีอีซี เทโรศาสน | 12 | 5 | 3 | 3 | C | C | 2 | 2 | 6 | 3 | 3 | 3 | 4 | 9 | 8 | 3 | |
| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด | 2 | 10 | 8 | C | 9 | 2 | C | 4 | |||||||||
| โอสถสภา สระบุรี | 14 | 10 | 4 | 8 | 2 | 6 | 3 | 3 | 2 | 9 | 4 | 5 | 7 | 6 | 5 | ||
| ศรีสะเกษ | 14 | 12 | 6 | ||||||||||||||
| สมุทรสงคราม | 7 | 10 | 8 | 15 | 7 | ||||||||||||
| บางกอกกล๊าส | 17 | 9 | 10 | 10 | 7 | C | C | 5 | 9 | 2 | 6 | 3 | 5 | 5 | 8 | ||
| เชียงราย ยูไนเต็ด | 10 | 9 | |||||||||||||||
| ทหารบก | 8 | 9 | 7 | 11 | 6 | 5 | 15 | 16 | 13 | 10 | |||||||
| ทีโอที | 3 (2) | 8 | 6 | 5 | 12 | 9 | 9 | 9 | 10 | 5 | 7 | 12 | 14 | 11 | |||
| อินทรีเพื่อนตำรวจ | 10 | 11 | 7 | 11 | 16 | 11 | 9 | 12 | |||||||||
| วัวชน ยูไนเต็ด | 13 | ||||||||||||||||
| ชัยนาท | 14 | ||||||||||||||||
| พัทยา ยูไนเต็ด | 11 | 12 | 6 | 4 | 15 | ||||||||||||
| การท่าเรือไทย | 11 | 4 | 4 | 2 | 5 | 6 | 3 | 5 | 4 | 7 | 12 | 13 | 6 | 4 | 7 | 16 | |
| บีบีซียู | 6 | 2 | C | 7 | 11 | 5 | 7 | 10 | 8 | 15 | 17 | ||||||
| ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ | 13 | 8 | 8 | 8 | C | 4 | 6 | 12 | 8 | 13 | 11 | 18 | |||||
| ราชบุรี | |||||||||||||||||
| แบงค็อก ยูไนเต็ด | 4 | 7 | C | 4 | 10 | 13 | 15 | ||||||||||
| สุพรรณบุรี | 12 | 13 | |||||||||||||||
| ราชนาวี-ระยอง | 9 | 12 | 6 | 10 | 7 | 10 | 15 | 11 | 10 | 16 | |||||||
| ศรีราชา | 14 | 17 | |||||||||||||||
| นครปฐม | 11 | 9 | 16 | ||||||||||||||
| ไทยฮอนด้า | 11 | 14 | |||||||||||||||
| ทหารอากาศ | 7 | C | 2 | C | 2 | 4 | 5 | 9 | |||||||||
| กรุงเทพคริสเตียน | 10 | ||||||||||||||||
| ศุลกากร | 16 | ||||||||||||||||
| อาร์แบค-บีอีซี | 2 (4) | 7 | 11 | 9 | 4 | 12 | |||||||||||
| ราชประชา | 5 | 10 | 12 | ||||||||||||||
| ราชวิถี | 16 | ||||||||||||||||
| ธ.กสิกรไทย | 3 (1) | 6 | 8 | 6 | 3 | ||||||||||||
| ธ.กรุงเทพ | C (3) | 3 | 5 | 8 | 9 | 3 | 4 | 6 | 8 | 5 | 7 | 14 | |||||
| ไดสตาร์กรุงเทพ | 15 | 12 | |||||||||||||||
| ธำรงไทยสโมสร | 18 | ||||||||||||||||
| ชนะเลิศ | |
| รองชนะเลิศ | |
| 5 อันดับแรก | |
| ตกชั้น | |
| ไม่ได้เข้าร่วม |
สโมสรที่ชนะเลิศการแข่งขันมากที่สุด
สโมสรที่ชนะเลิศการแข่งขัน-แยกตามรายชื่อสโมสร
| สโมสร | จำนวนครั้ง | ปีที่ชนะเลิศ |
|---|---|---|
| เมืองทองฯ ยูไนเต็ด | 2552, 2553, 2555 | |
| บีอีซี เทโรศาสน | 2543, 2544/45 | |
| ธ.กรุงไทย | 2545/46, 2546/47 | |
| ทหารอากาศ | 2540, 2542 | |
| บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด | 2551,2554 | |
| ธ.กรุงเทพ | 2539 | |
| ม.กรุงเทพ | 2549 | |
| ชลบุรี | 2550 | |
| สินธนา | 2541 | |
| พนักงานยาสูบ | 2547/48 |
สโมสรที่ชนะเลิศการแข่งขัน-แยกตามจังหวัด
| จังหวัด | ครั้ง | สโมสร |
|---|---|---|
| กรุงเทพ | บีอีซี เทโรศาสน (2), ธ.กรุงไทย (2), ทหารอากาศ (2), ธ.กรุงเทพ (1), ม.กรุงเทพ (1), สินธนา* (1) | |
| นนทบุรี | เมืองทองฯ ยูไนเต็ด (3) | |
| บุรีรัมย์ | บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด** (2) | |
| เชียงใหม่ | พนักงานยาสูบ*** (1) | |
| ชลบุรี | ชลบุรี (1) |
* สินธนา แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บีบีซียู ** บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ 1 ครั้งในชื่อ การไฟฟ้า ในขณะนั้นใช้สนามเหย้าที่อยุธยา และได้แชมป์อีก 1 ครั้งในชื่อ บุรีรัมย์ พีอีเอ *** พนักงานยาสูบ ได้แชมป์ในขณะที่ยังอยู่ในกรุงเทพ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ และย้ายสนามเหย้าไปที่จังหวัดเชียงใหม่
สโมสรที่ชนะเลิศการแข่งขัน-แยกตามภาค
| ภาค | จำนวน | สโมสร |
|---|---|---|
| กรุงเทพและปริมณฑล | บีอีซี เทโรศาสน (2), ธ.กรุงไทย (2), เมืองทองฯ ยูไนเต็ด (3), ทหารอากาศ (2), ธ.กรุงเทพ (1), ม.กรุงเทพ (1), สินธนา** (1) | |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด** (2) | |
| ภาคตะวันออก | ชลบุรี (1) | |
| ภาคเหนือ | พนักงานยาสูบ*** (1) | |
| ภาคใต้ | ||
| ภาคกลาง | ||
| ภาคตะวันตก |
* สินธนา แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บีบีซียู ** บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ 1 ครั้งในชื่อ การไฟฟ้า ในขณะนั้นใช้สนามเหย้าที่อยุธยา และได้แชมป์อีก 1 ครั้งในชื่อ บุรีรัมย์ พีอีเอ *** พนักงานยาสูบ ได้แชมป์ในขณะที่ยังอยู่ในกรุงเทพ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ และย้ายสนามเหย้าไปที่จังหวัดเชียงใหม่
สโมสรไทยจับมือเป็นพันธมิตรกับสโมสรญี่ปุ่น
เมื่อปี พ.ศ. 2555 บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ลงนามข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับเจลีกของญี่ปุ่น โดยมีเนื้อหาครอบคลุมดังต่อไปนี้
- มีการแลกเปลียนข้อมูลที่จะนำไปพัฒนาการจัดการแข่งขันฟุตบอลในลีกของตัวเอง
- มีการแลกเปลียนองค์ความรู้ เป็นเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลคลินิก ตลอดจนการอบรมสัมมนาให้ความรู้ เกี่ยวกับการบริหารจัดการของสโมสรในประเทศ
- มีการแลกเปลี่ยนการฝึกอบรมผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน นักกีฬา และบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึงการจัดแข่งขันและสถาบันฝึกอบรม (Academy)
- มีการจัดแมตช์กระชับมิตรระหว่างสโมสรไทยและญี่ปุ่น
- เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แมตช์อุ่นเครื่องกระชับมิตร และการเข้าแคมป์เพื่อฝึกซ้อมของนักกีฬาในแต่ละระดับชั้น
- ส่งเสริมให้นักกีฬาไทยมีโอกาสเข้าร่วมสโมสรในเจลีก
- ให้การสนับสนุนในด้านการตลาด
- ให้การสนับสนุนในการถ่ายทอดแมตช์การแข่งขันของแต่ละประเทศ
- ส่งเสริมความร่วมมือกับสโมสรในลีกอื่นๆ
- ร่วมกันจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมภายในประเทศ
และส่งผลให้สโมสรไทยลีกและสโมสรเจลีก เริ่มจับมือเป็นพันธมิตรกัน ดังนี้
- เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ จูบิโล่ อิวาตะ
- บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ เซเรโซ่ โอซาก้า
- ชลบุรี เอฟซี กับ วิสเซิ่ล โกเบ
- บีอีซี เทโรศาสน กับ ชิมิสุ เอสพัลส์
- ขอนแก่น เอฟซี กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร
- สุพรรณบุรี เอฟซี กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น